• 31 กรกฎาคม 2019 at 14:15
  • 140
  • 0

ข้อเสนอการออกแบบระบบเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
โดย  รศ.ดร.ชูเกียรติ ลีสุวรรณ์

เราได้พูดเรื่องการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตในประเทศไทยกันมานานพอสมควร โดยในระยะแรกได้เริ่มจากการเสนอกันออกไปอย่างกว้างขวางและทำให้เข้าใจกันคลาดเคลื่อนก็มาก ต่อมาจึงได้มีความพยายามช่วยกันอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้นตามลำดับ

 

คำอธิบาย: C:\Users\User\Desktop\279800.jpg  คำอธิบาย: C:\Users\User\Desktop\5231.jpg

 

มีการเน้นย้ำกันบ่อยมากมากเรื่องความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคที่สังคมได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนความรู้ที่เคยได้รับในช่วงแรกของชีวิตไม่สามารถใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ปัจจุบันได้อีก และดูเหมือนว่าเราอยู่ในยุคที่ต้องการ สังคมแห่งการเรียนรู้ หรือ Learning Society กัน

ผู้เกี่ยวข้องต่างเห็นตรงกันว่าสังคมแห่งการเรียนรู้ต้องการค่านิยมแบบใหม่ มีความสัมพันธ์ในลักษณะที่ทั้งพึ่งพาและต้องแข่งขันกันในเวลาเดียวกัน ต้องการการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรมเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้อย่างกว้างขวางทั่วถึง

คำอธิบาย: C:\Users\User\Downloads\Compressed\2106.jpg


จำเป็นต้องใช้วิธีคิดแบบใหม่ที่เป็น
Growth Mindset ของคนในสังคม หลุดจากกรอบและวิธีคิดเดิม เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์และจรรโลงระบบใหม่ให้สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้จริงในทางปฏิบัติ

สิ่งที่ยังมีการพูดถึงกันน้อยมากในเรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่นอกเหนือจากความสำคัญในเรื่องนี้ก็คือระบบ และกลไกที่จะสามารถทำงานนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้นั้น ควรจะมีโครงสร้าง หน้าตาเป็นอย่างไร?

คำอธิบาย: C:\Users\User\Downloads\Compressed\92925.jpg


ความคิดเรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอาจเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมด้านความคิดทางการศึกษาในยุคหนึ่ง แต่นั่นก็เนิ่นนานมาพอสมควรแล้ว แต่เราก็ไปกันไม่ถึงไหนนอกจากวนเวียนกล่าวซ้ำเรื่องความสำคัญของเรื่องนี้ และจึงน่าจะถึงเวลาที่จะต้องช่วยกันแสวงหาแนวการดำเนินการในเชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมออกมาให้ได้กันเสียที

งานนี้ออกจะยากขึ้นที่เราไม่เพียงต้องการสร้างให้เกิดระบบการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตขึ้นมาเท่านั้น แต่ระบบใหม่นี้ต้องเป็นการเรียนรู้ที่สามารถช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย  เราจึงต้องการวิธีคิดเชิงรุก และวิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการขบคิดกันเรื่องนี้  การเรียนรู้เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นคงไม่เพียงพอ ทุกคนต้องฝึกคิดไปข้างหน้าเพื่อเตรียมเรียนในเรื่องราวที่ซับซ้อน ที่ต้องการความทุ่มเท มีลำดับขั้นตอนตามจังหวะ ไม่ใช่เรียนรู้เพื่อการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ที่ทำให้ทุกคนต้องเสียเวลาเพื่อเรียนรู้และสามารถใช้ประโยชน์เฉพาะหน้าได้ในเวลาสั้นๆเท่านั้น

คำอธิบาย: C:\Users\User\Downloads\Compressed\149545-OTYR7L-59.jpg

 

เรื่อง Learning Project ตามจังหวะชีวิต กับการเรียนรู้วิธีการเรียน และการเรียนรู้เพื่อรู้จักตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญและทำให้สมาชิกในสังคมมีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง สมรรถนะดังกล่าวสำคัญมากกว่าการเรียนเพื่อรู้ และเรียนในเชิงทักษะที่มีแนวโน้มจะล้าสมัยอย่างรวดเร็ว

สิ่งแรกที่จำเป็นต้องสร้างขึ้นให้ได้ก่อนคือเจตจำนงร่วมกันของผู้เกี่ยวข้อง ที่ต้องมีจำนวนที่เป็นฐานกว้างพอสมควรเพื่อให้มีพลังเพียงพอในการขับเคลื่อนงานสำคัญที่มีขอบข่ายงานค่อนกว้างขวางที่จะกล่าวถึงต่อไป

เราต้องการใช้ความเฉลียวฉลาดของผู้ที่เกี่ยวข้องในการเฟ้นหาทรัพยากรที่สามารถใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งสามารถสรรหาทรัพยากรที่เป็นงบประมาณ เครื่องมืออุปกรณ์ และที่สำคัญคือคนที่เป็นผู้รู้และสามารถอุทิศเวลาในเรื่องนี้ได้จำนวนมาก

ขอทำความเข้าใจร่วมกันเป็นเบื้องต้นก่อนว่า การออกแบบระบบใหม่นี้คงไม่ถึงกับรอให้ทุกอย่างต้องพร้อม เพราะจะล่าช้ามากเกินไป และมีหลายคนที่อดทนรอคอยได้ไม่นานนัก งานควรจะเริ่มได้ทันที่เมื่อมีทรัพยากรพร้อมพอสมควรเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงานได้ทันที และเรียนรู้เพื่อพัฒนางานกันต่อไป

การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นงานใหญ่ ต่อเนื่อง จึงต้องการผู้นำ โครงสร้าง กลไก ระบบบริหารจัดการที่มีความเป็นธรรมาภิบาลสูง มีทีมงานที่เข้มแข็ง

คำอธิบาย: C:\Users\User\Desktop\5231.jpgภาระงานที่จำเป็นต้องขับเคลื่อนมีงานสามด้านที่ต้องทำคู่ขนานกันไป

ด้านแรกคือการสร้างบรรยากาศ และวัฒนธรรม รวมทั้งระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ที่ต้องเริ่มที่ฝ่ายจัดการ และเครือข่ายชั้นต้น คือ immediate contact point จากนั้นจึงขยายออกไปยังเครือข่ายระดับต่อๆไป

ด้านที่สองคือการออกแบบกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เท่าที่อ่านงานที่เกี่ยวข้องผ่านตามา เห็นว่าข้อเสนอที่เคยเป็นที่ถกเถียงกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษจากงานของ Ivan Illich เรื่อง Deschooling Society มีเนื้อหาบางตอนที่น่าจะพิจารณามาใช้ประโยชน์ในการออกแบบเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

Illich ได้เสนอความคิดเรื่อง Learning webs หรือเครือข่ายการเรียนรู้ที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนากิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเครือข่ายการเรียนรู้นี้จะประกอบไปด้วยสี่เครือข่ายย่อยที่ประกอบไปด้วย (1) บริการอ้างอิงเกี่ยวกับแหล่งการเรียนรู้ หรือ Reference Services to Educational Objects (2) การแลกเปลี่ยนทักษะ หรือ Skill Exchanges ที่น่าจะจัดการได้ในรูปธนาคาร (3) การจัดคู่หรือจัดกลุ่มตามความสนใจ คือ Peer-Matching และ (4) บริการอ้างอิงด้านผู้รู้ หรือ Reference Services to Educator-at-Large ที่จะช่วยทำหน้าที่สนับสนุน เป็นพี่เลี้ยง เป็นโค้ช หรือช่วยสนับสนุนกิจกรรมใดๆให้เอื้อต่อการเรียนรู้

คำอธิบาย: C:\Users\User\Desktop\OB825Y01.jpg


ด้านที่สาม
คือเครื่องมืออุปกรณ์สนับสนุน ถ้าย้อนไปดูกิจกรรมที่ระบุไว้ในด้านที่สองแล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่า เครื่องมือในการจัดทำฐานข้อมูลจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่จะทำให้เครือข่ายการเรียนรู้สามารถทำงานได้จริง เรื่องนี้ด้าน Hardware หรือ Software ดูไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่เครื่องมือนี้ต้องการคนเพื่อทำหน้าที่ทั้งการดูแล และการ Update ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลนี้อย่างต่อเนื่อง และเรื่องการจัดการกับคนที่จะช่วยกัน update ข้อมูลในฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันคือหัวใจของความสำเร็จของระบบนี้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เรื่องนี้ต้องช่วยกันขบคิด เพื่อสร้างแรงจูงใจ และข้อผูกพันให้กลุ่มเป้าหมายช่วยกันรับผิดชอบเรื่องฐานข้อมูล นอกเหนือจากการเข้าร่วมในฐานะที่เป็นเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามระบบที่ออกแบบมานี้
 

กระบวนการดำเนินการให้เป็นไปตามระบบที่เสนอขึ้นมานี้จำเป็นต้องอาศัยมาตรการด้านการวางแผน ด้านการจัดการ ด้านแรงจูงใจ และมาตรการทางกฎหมายที่จำเป็นต้องมีขึ้นเพื่อเป็นจุดคานงัดให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีอยู่เหลือเฟือในสังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม และอาจเริ่มการดำเนินการในลักษณะนำร่องในหลายชุมชน ในรูป Sand Box กับชุมชนที่มีระดับความพร้อมต่างกันเพื่อให้เป็นระบบที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในระยะยาว